คู่มือผู้เริ่มต้นเล่น Evomon: ตั้งแต่เลือกตัวเริ่มต้นจนถึง Lava Crag
✎ สังเกต (อ้างอิงไขว้)ช่วงเริ่มเล่นเกม Evomon จะมีเส้นทางการเล่นที่ชัดเจน: เลือกหนึ่งในสามตัวเริ่มต้น เรียนรู้วิธีการใช้ Advance Ball แล้วลุยผ่าน Verdant Valley, Petal Pond และ Lava Crag ในขณะที่เลเวลของคุณไต่จาก 1 ไปจนถึง 45 คู่มือนี้จะครอบคลุมเส้นทางดังกล่าวตามลำดับ โดยใช้ข้อมูลค่าสถานะพื้นฐานและตารางการเกิดของมอนสเตอร์ในแต่ละโซนที่เราบันทึกไว้ใน Dex และแผนที่ของเรา พร้อมด้วย 13 โค้ดที่ยืนยันว่าใช้งานได้จริง ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ซึ่งจะช่วยให้คุณมีหินวิวัฒนาการ, บอล และ EXP Fruit ตั้งแต่เนิ่นๆ ข้อมูลส่วนใดที่มาจากการสังเกตการณ์ของผู้เล่นแทนแหล่งข้อมูลทางการ เราจะระบุไว้อย่างชัดเจนแทนที่จะยืนยันว่าเป็นความจริงแท้
การเลือกตัวเริ่มต้น: Bubble, Blazpup หรือ Leafbun ✎ สังเกต (อ้างอิงไขว้)
โซนเริ่มต้น (Starting Area) บนแผนที่ในเกมคือที่ที่คุณจะต้องเลือกระหว่างหนึ่งในสามตัวเริ่มต้น: Bubble (น้ำ, Dex #1), Blazpup (ไฟ, Dex #4) หรือ Leafbun (พืช, Dex #7) ผลรวมค่าสถานะของพวกมันแตกต่างกันเพียง 3 แต้มเท่านั้น (260, 263 และ 262) ดังนั้นความแตกต่างที่แท้จริงคือรูปลักษณ์ไม่ใช่ความเก่ง Bubble มีค่าสถานะที่สมดุลที่สุด โดยเน้นไปที่การโจมตีพิเศษ (Special Attack) 47 และป้องกันพิเศษ (Special Defense) 45 ส่วน Blazpup โจมตีแรงที่สุดด้วยค่า Attack 56 แต่เลือดน้อยที่สุดที่ 37 HP และ Leafbun คือสายสปีด: ด้วยค่า Speed 49 และมีค่า Attack กับ Special Attack สูงถึง 50 ทั้งคู่ แต่แลกมาด้วยค่าป้องกันทั้งสองอย่างที่ 37
สำหรับความรวดเร็วในการเล่น ผู้เล่นส่วนใหญ่แนะนำให้เลือก Bubble และข้อมูลการต่อสู้ของเราก็ยืนยันเหตุผลนี้: Verdant Valley ซึ่งเป็นโซนแรก ส่วนใหญ่จะมีมอนสเตอร์ประเภทหิน ซึ่งทั้งธาตุน้ำและพืชต่างก็โจมตีธาตุหินได้แรงเป็นสองเท่า ในขณะที่ธาตุไฟของ Blazpup จะเสียเปรียบ Leafbun ก็เคลียร์โซนแรกได้เร็วเกือบเท่ากัน ส่วน Blazpup เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบธาตุไฟซึ่งจะไปเห็นผลดีในการสู้กับธาตุพืชและแมลงในภายหลัง ทั้ง 3 ตัวไม่มีตัวไหนที่เป็นกับดัก ทุกตัวสามารถตันได้ที่เลเวล 90 และวิวัฒนาการเป็น Bubboxer, Blazgrowl และ Leafroge ตามลำดับ
การจับมอนสเตอร์ด้วย Advance Ball ✎ สังเกต (อ้างอิงไขว้)
Advance Ball เป็นไอเทมจับมอนสเตอร์หลัก และอัตราการจับที่บันทึกไว้คือ 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกการปาจะสำเร็จเสมอ ซึ่งเปลี่ยนระบบการเล่นทั่วไปไปโดยสิ้นเชิง: ไม่จำเป็นต้องทำให้มอนสเตอร์อ่อนแอลงก่อน และไม่มีการปาพลาดเพราะมอนสเตอร์หนี บอลแต่ละลูกในกระเป๋าของคุณเท่ากับมอนสเตอร์ที่การันตีว่าจะได้มา ดังนั้นการตัดสินใจเดียวคือตัวไหนในป่าที่คุณต้องการนำมาเข้าทีม บอลประเภทอื่นอาจปรากฏในรายการไอเทม แต่ด้วยอัตราการการันตีของ Advance Ball ทำให้มันเป็นบอลชนิดเดียวที่ผู้เริ่มต้นควรสนใจ
ข้อจำกัดที่แท้จริงคือปริมาณ โค้ด 20KMEMBERS มอบ Advance Ball ให้ 10 ลูกพร้อมกับน้ำยาเปลี่ยน Trait และรายงานจากผู้เล่นยังระบุถึงร้านค้าที่ขายบอลจับมอนสเตอร์และยาด้วยเงินในเกม ดังนั้นให้จับอย่างเต็มที่แทนที่จะประหยัด เพราะการปล่อยมอนสเตอร์ที่จับได้ไปก็ไม่ใช่เรื่องสูญเปล่า เนื่องจากมีคำแนะนำในชุมชนเกี่ยวกับวิธีจับและปล่อยเพื่อปั๊ม EXP Fruit ซึ่งจะอธิบายไว้ด้านล่าง เพียงแค่สำรองบอลไว้บ้างเมื่อเข้าโซนใหม่ๆ ที่มอนสเตอร์มักจะมีเลเวลสูงขึ้น
Verdant Valley (เลเวล 1–15): แดนธาตุหิน ✎ สังเกต (อ้างอิงไขว้)
Verdant Valley เป็นโซนแรกที่มีหมายเลขกำกับ โดยมีเลเวลมอนสเตอร์อยู่ที่ 1–15 บันทึกการเกิดมอนสเตอร์ของเราคือ: Pebble (หิน) ที่เลเวล 1–13, Budling (พืช) ที่เลเวล 6–15, Pebroll เป็นมินิบอสเลเวล 13–15 และ Pebgolem เป็นบอสประจำโซนที่เลเวล 15 มอนสเตอร์ 3 ใน 4 ชนิดอยู่ในสายของ Pebble ทำให้ที่นี่กลายเป็นแดนธาตุหิน ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมตัวเริ่มต้นธาตุน้ำและพืชถึงผ่านได้ง่าย แต่ตัวธาตุไฟต้องออกแรงหน่อย
มอนสเตอร์ 2 ชนิดที่ควรค่าแก่การจับที่นี่: Pebble จะให้สายวิวัฒนาการ 3 ร่างที่เป็นประโยชน์ในระยะยาว ส่วน Budling จะช่วยเติมธาตุพืชหากคุณเริ่มด้วย Blazpup และต้องการตัวแก้ทางธาตุหิน ก่อนที่จะไปท้าสู้กับ Pebgolem ให้ปั้นตัวเริ่มต้นของคุณให้เลเวลใกล้ตันช่วงของโซนนี้ หากตัวเริ่มต้นได้กินผลไม้เพิ่มเลเวลและมีธาตุที่ชนะทาง ก็จะสามารถปิดฉากโซนนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพามอนสเตอร์ในทีมสำรองเลย
Petal Pond (เลเวล 15–30): ด่านทดสอบธาตุน้ำ ✎ สังเกต (อ้างอิงไขว้)
Petal Pond ครอบคลุมเลเวล 15–30 และเน้นมอนสเตอร์ธาตุน้ำ บันทึกการเกิดของเรา: Mopebun (ปกติ) เลเวล 15–29, Clampip (น้ำ) เลเวล 22–30, Clamwhirl เป็นมินิบอสเลเวล 27–30 และ Clamspire เป็นบอสโซนที่เลเวล 30 พอดี ครึ่งแรกของบ่อน้ำเป็นพื้นที่ของ Mopebun ส่วนสาย Clam จะครองครึ่งหลังและบอส
ธาตุพืชและไฟฟ้าคือตัวแก้ทางที่สำคัญที่นี่ ดังนั้น Leafbun หรือ Budling ที่จับได้จากโซนก่อนหน้าจะมีความสำคัญมากในการสู้กับสาย Clam ในขณะที่ตัวเริ่มต้นธาตุไฟควรพักไว้ก่อนตอนสู้บอส Mopebun น่าจับไว้สักตัวเพื่อเป็นมอนสเตอร์ประเภทปกติที่เชื่อถือได้ในทีม ให้มองว่าเลเวล 30 คือการสอบปลายภาค: Clamspire คือด่านทดสอบที่เลเวล 30 และมอนสเตอร์ในโซนถัดไปจะเริ่มที่เลเวลเดียวกัน ดังนั้นอย่าเลเวลน้อยเกินไปเมื่อมาถึงตรงนี้
Lava Crag (เลเวล 30–45): ดงธาตุไฟ ✎ สังเกต (อ้างอิงไขว้)
Lava Crag อยู่ที่เลเวล 30–45 และมอนสเตอร์ส่วนใหญ่เป็นธาตุไฟ: Sparkit ที่เลเวล 30–43, Lavite ที่ 35–41, Lavarock ที่ 43–45 และ Empixy เป็นบอสโซนเลเวล 45 นี่คือจุดที่คนเลือก Bubble จะได้เปรียบเป็นครั้งที่สอง เพราะธาตุน้ำชนะทางมอนสเตอร์ทั้งโซน หรือถ้ามีมอนสเตอร์ธาตุดินติดตัวมาด้วยก็จะช่วยได้มากเช่นกัน
ที่นี่เป็นจุดที่การจัดทีมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว หากทีมมีแต่ธาตุพืชจะเสียเปรียบอย่างหนัก และผู้เล่นหลายคนเตือนตรงกันว่า: บอสที่มีสกิลโจมตีธาตุไฟเป็นวงกว้างจะกวาดทีมที่แพ้ทางธาตุไฟได้ราบคาบไม่ว่าจะเลเวลเท่าไหร่ก็ตาม ควรพัก Leafbun ไว้ตอนสู้บอส และจัดทีมให้มีธาตุที่หลากหลาย และใช้บอลจับมอนสเตอร์บ้างระหว่างอยู่ที่นี่ เพราะ Sparkit หรือ Lavite จะช่วยเติมธาตุไฟที่ทีมคุณอาจขาดไปตั้งแต่ต้นเกม
เก็บเลเวลไวด้วย EXP Fruits ✎ สังเกต (อ้างอิงไขว้)
EXP Fruits คือตัวช่วยที่ทำให้การเล่นรวดเร็ว ข้อมูลที่ยืนยันได้จากชุมชน: Large EXP Fruit หนึ่งผลมอบ 10,000 EXP ให้กับมอนสเตอร์หนึ่งตัว ซึ่งเทียบเท่ากับการสู้ในป่าเป็นเวลานาน ผลไม้จะดรอปจากการสู้กับมอนสเตอร์ป่า และยังมีวิธีจับแล้วปล่อยเพื่อรับผลไม้เพิ่มอีกด้วย แม้เราจะไม่ได้จับเวลาอัตราการดรอปที่แน่ชัดแต่ก็ยืนยันว่าได้ผลจริง
รูปแบบที่มีประสิทธิภาพคือการสะสมไว้ใช้ ไม่ใช่ทยอยใช้ทีละนิด ให้เก็บผลไม้ไว้จนกว่าจะจับมอนสเตอร์ตัวที่ต้องการจะใช้จริงๆ แล้วค่อยป้อน 2-3 ผลในคราวเดียวเพื่อให้มันพร้อมใช้งานในโซนปัจจุบันทันที แทนที่จะต้องทนพามอนสเตอร์เลเวลน้อยไปสู้ในที่ที่พวกมันสู้ไม่ได้ โค้ดต่างๆ ช่วยได้มาก: 20000LIKES มอบ Medium EXP Fruits 5 ผลพร้อมน้ำยาเปลี่ยน Trait อีก 2 ขวด ตัวเริ่มต้นของคุณควรได้รับผลไม้เหล่านี้ก่อน เพราะการเลเวลนำหน้าใน Verdant Valley จะส่งผลต่อเนื่องให้ทุกโซนถัดไปง่ายขึ้น
ใช้ 13 โค้ด แล้ววิวัฒนาการ ✎ สังเกต (อ้างอิงไขว้)
มี 13 โค้ดที่ยืนยันว่าใช้งานได้ ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2026 โดยกรอกผ่านเมนู Settings (ไอคอนฟันเฟือง) และโค้ดตัวเล็กตัวใหญ่มีผล (Case-sensitive) ดังนั้นต้องกรอกให้ตรงเป๊ะ: D50CREW มอบหิน Evolution Stones 10 ก้อนและ Omni-Stones 10 ก้อน; EVO60SPARK เพิ่มตั๋วสุ่ม 3 ใบและน้ำยา Trait Reroll 2 ขวด; 30K-LIKES มอบน้ำยารีเซ็ต Trait, Talent และ Nature อย่างละ 2 ขวด; 20000LIKES และ 20KMEMBERS ให้ผลไม้และ Advance Ball โค้ดที่เหลืออีก 8 โค้ด (5000DC, THXFOR5K, 2K-LIKES, DC2K, FORDC1200, LIKE1GIFT, DCGIFT และ EvomonVip) ยังใช้ได้อยู่ แต่บันทึกของเราไม่ได้ระบุของรางวัลแน่ชัด ซึ่งผู้เล่นรายงานว่าได้รับเงินและ Medium EXP Fruits สามารถดูรายการเต็มได้ที่หน้า Codes ของเรา
หินจากโค้ด D50CREW คือต้นทุนการวิวัฒนาการของคุณ การวิวัฒนาการใน Evomon ใช้หินธาตุเฉพาะทางและ Omni-Stone ที่หายากกว่า ซึ่งหาได้จากร้านค้า หีบ และโค้ด บันทึกไอเทมของเราระบุว่าหินธาตุ น้ำ, ไฟ, พืช สามารถใช้ได้กับทุกตัวในธาตุนั้นๆ ซึ่งครอบคลุมตัวเริ่มต้นทั้ง 3 ตัว: Bubble เป็น Bubboxer, Blazpup เป็น Blazgrowl, Leafbun เป็น Leafroge ให้กรอกโค้ดให้ครบก่อนเริ่มวิวัฒนาการ เก็บ Omni-Stone ไว้ใช้กับตัวที่หินธาตุปกติใช้ไม่ได้ และดูหน้า 'How Evolution Works' เพื่อเช็กข้อมูลที่ยืนยันแล้วเทียบกับสิ่งที่ยังไม่ยืนยันเกี่ยวกับเงื่อนไขการวิวัฒนาการ
คำถามที่พบบ่อย
ตัวเริ่มต้นตัวไหนดีที่สุดใน Evomon: Bubble, Blazpup หรือ Leafbun?
Bubble คือตัวเลือกที่ผู้เล่นส่วนใหญ่แนะนำสำหรับการเริ่มต้นที่เร็วที่สุด เพราะธาตุหินครองพื้นที่ใน Verdant Valley และธาตุน้ำก็แก้ทางได้ดี Leafbun ก็เคลียร์โซนแรกได้ดีเช่นกัน ค่าสถานะโดยรวมแทบไม่ต่างกันเลย (260, 263 และ 262) ดังนั้นเลือกตัวไหนก็ได้ Blazpup เพียงแค่จะเหนื่อยหน่อยในโซนแรก
มอนสเตอร์ป่าสามารถหนีจาก Advance Ball ได้ไหม?
ไม่ได้ อัตราการจับที่บันทึกไว้ของ Advance Ball คือ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นทุกครั้งที่ปาจะจับได้แน่นอน ข้อจำกัดที่แท้จริงคือจำนวนที่มี โค้ด 20KMEMBERS มอบ Advance Ball ให้ 10 ลูก และผู้เล่นยังบอกว่ามีร้านค้าที่ขายบอลด้วยเงินในเกมอีกด้วย
วิธีเติมโค้ดใน Evomon ทำอย่างไร?
เปิดเมนู Settings ผ่านไอคอนฟันเฟืองในเกมแล้วกรอกโค้ดในช่อง redeem โค้ดตัวเล็กตัวใหญ่มีผล ให้กรอกให้ตรงตามที่ระบุ มี 13 โค้ดที่ยืนยันว่าใช้งานได้ ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ให้รีบใช้เพราะโค้ดมักจะหมดอายุเร็วในเกมที่เพิ่งเปิดใหม่แบบนี้
วิธีวิวัฒนาการตัวเริ่มต้นใน Evomon ทำอย่างไร?
ใช้นิ้วหินธาตุ (Element Stones) บันทึกไอเทมของเราระบุว่าหินธาตุ น้ำ, ไฟ, พืช ใช้กับมอนสเตอร์ทั้งธาตุได้ ซึ่งครอบคลุมการวิวัฒนาการ Bubble เป็น Bubboxer, Blazpup เป็น Blazgrowl และ Leafbun เป็น Leafroge โค้ด D50CREW มอบหิน Evolution Stones 10 ก้อนและ Omni-Stones 10 ก้อนไว้รองรับการวิวัฒนาการครั้งแรกของคุณ
อัปเดตล่าสุด: 2026-07-02